ความรู้พื้นฐาน เรื่องโฟมดับเพลิง

Reference : Basic to Foam, A Foam Concentrate Manufacture; USA, 2008

โฟมดับเพลิง (Fire Fighting Foam)

หมายถึง ฟองขนาดเล็กที่มารวมตัวอย่างมั่นคง มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำและน้ำมัน สามารถ ปกคลุมในแนวราบได้อย่างเหนียวแน่นโดยการ เคลื่อนที่อย่างอิสระเหนือผิวหน้าของเหลวที่กำลัง ลุกไหม้แล้วก่อตัวเป็นแผ่นกว้างไล่อากาศออก พร้อมผนึกไอสารไวไฟไม่ให้สัมผัสกับอากาศที่ อยู่รอบๆ แม้ว่าจะมีลมแรง มีเปลวไฟหรือเกิด ความร้อนสูงเพียงใด โฟมก็จะไม่ถูกทำลายลง ไปโดยง่าย อีกทั้งสามารถจะฉีดซ้ำลงไปเมื่อเห็น ว่าฟองโฟมบางส่วนเกิดความเสียหาย

น้ำยาโฟม (Foam Concentrate)

หมายถึง น้ำยาโฟมหรือโฟมสำเร็จรูปชนิดเข้มข้นจากโรง งานผู้ผลิต

โฟมละลายน้ำ (Foam Solution)

หมายถึง โฟมละลายน้ำซึ่งเป็นส่วนผสมโฟมสำเร็จรูปกับ น้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม

โดยทั่วไปแล้ว ทั้งสามคำดังกล่าวข้างต้น หมายความถึงสิ่งเดียวกัน แต่ที่ติดปากคนทั่วไป ก็คือ โฟมดับเพลิง (Fire Fighting Foam) ได้แก่ น้ำยาโฟม (Foam Concentrate) เช่น โฟม 1% โฟม 3% โฟม 6% ฯลฯ โดยจะต้องผสมน้ำเพื่อ ให้เป็นโฟมละลายน้ำ (Foam Solution) ก่อนจะ นำไปใช้งาน (ฉีดดับเพลิง)

การเก็บโฟม

ในการเก็บโฟมที่ซื้อมาจากผู้ผลิตจะต้อง เก็บในอุณหภูมิไม่สูงกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ไม่ เช่นนั้นแล้วโฟมจะเสื่อมคุณภาพจากความร้อน สูง และจะต้องไม่เก็บโฟมในอุณหภูมิเยือกแข็ง (Freezing point) การเก็บโฟมไว้ในอุณหภูมิที่ เหมาะสม (กำหนดโดยผู้ผลิต) นอกจากจะทำให้ โฟมไม่เสื่อมสภาพแล้ว ยังสามารถนำออกไปใช้ งานได้ง่ายอีกด้วย

ข้อแนะนำในการเก็บโฟม

1. เก็บโฟมไว้ในถังบรรจุที่มีหลังคามุง โดยเก็บโฟมไว้ครึ่งถัง

2. เปิดช่องระบายความดันสุญญากาศ เพื่อลดการจับตัวแน่นและการระเหยกลายเป็น ไอซึ่งเป็นอันตรายมากสำหรับโฟม ทั้งนี้ ช่อง ระบายจะต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษา

3. หลีกเลี่ยงการเก็บในที่มีอุณหภูมิสูง เกินที่ผู้ผลิตกำหนด

4. ห้ามเก็บโฟมหลายยี่ห้อไว้ในที่เดียว กันในกรณีเป็นการเก็บระยะยาว

5. ป้องกันน้ำเข้าไปในที่เก็บโฟม

6. ป้องกันการปนเปื้อนจากส่วนผสม แปลกปลอมสารเคมีหรือน้ำมัน การเขย่า การ กวนและการใช้ฝาปิดไม่เหมาะสมอาจจะทำให้ โฟมเกิดการปนเปื้อนได้

7. วาล์ว ตัวเชื่อมต่อ และท่อที่จะต้อง สัมผัสกับโฟมอยู่ตลอดเวลา จะต้องเป็นโลหะที่ ไม่ทำให้เกิดสนิมหรือการกัดกร่อน

การวัดค่าโฟม

จะต้องมีการวัดค่าของโฟมเป็นระยะๆ การเก็บรักษาที่ดี จะทำให้โฟมคงคุณภาพไว้ได้ ในการวัดค่าโฟม จะต้องมีการตรวจสอบตาม รายการต่อไปนี้

1. ค่า pH
เพื่อตรวจสอบว่าค่า PH ยังอยู่ ในระดับที่ผู้ผลิตกำหนดไว้

2. ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity)
เพื่อตรวจสอบว่าโฟมมีน้ำผสมมากเกิน ไป หรือมีการระเหยกลายเป็นไอหรือไม่

3. ตะกอน
ตรวจหาเนื้อโฟมที่ไม่ละลายน้ำหรือเศษวัสดุในเนื้อโฟม โฟมจะมีปัญหาใน การใช้งานหากมีตะกอนเกิน 0.5% ทั้งนี้ ต้องแน่ ใจว่า ตัวอย่างโฟมที่นำมาตรวจวัดนั้นสามารถ แทนค่าของโฟมทั้งหมดที่มีอยู่ได้

4. คุณภาพของโฟม
การวัดคุณภาพของ โฟมจะดูที่อัตราการขยายตัวในภาพรวม อัตรา 25% ของเวลาระบายน้ำ และสำคัญที่สุดคือค่า ประสิทธิภาพการดับไฟ โดยให้ทดสอบตาม กระบวนการที่ระบุไว้ใน NFPA 11: Standard for Low-, Medium- and High-Expansion Foam (รายละเอียดกระบวนการทดสอบตามมาตรฐาน นี้จะนำเสนอในโอกาสต่อไป)

หมายเหตุ
โฟมสังเคราะห์อาจจะต้องมี การทดสอบเพิ่มเติมในการวัดค่าความตึงผิว (Surface Tension) ค่าความหนืด (Viscosity) และค่าประสิทธิภาพการสร้างชั้นฟิล์ม/เยื่อโฟม

**ข้อมูลจากนิตยสาร Safetylifethailand


ภาพบรรยากาศงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ (Safety Week) ครั้งที่ 28 วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2557 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทคบางนา


ภาพบรรยากาศงาน TEMCA Forum & Exhibition 2014 Pattaya โดยสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย วันที่ 22 - 23 สิงหาคม 2557 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี